เมื่อพูดถึงชาญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึงภาพพิธีชงชาอันประณีตงดงามที่สืบทอดกันมาหลายต่อหลายศตวรรษ หรือภาพชาเขียวมัทฉะสีเขียวนวลที่ถูกตีให้ขึ้นฟองอย่างพิถีพิถัน แต่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ พฤติกรรมการบริโภคของผู้คนก็ย่อมปรับเปลี่ยนตามไปด้วย การสำรวจล่าสุดที่ดำเนินการโดยบริษัทวิจัยตลาด Cross Marketing ในกรุงโตเกียว ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับการดื่มชาในญี่ปุ่นปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่อายุ 20 ถึง 69 ปี ผลลัพธ์ที่ได้อาจทำให้เพื่อน ๆ หลายคนประหลาดใจ และชวนให้อยากทำความเข้าใจ “เทรนด์ดื่มชาญี่ปุ่น” ในประเทศญี่ปุ่นปัจจุบันมากขึ้น! บทความนี้จะพาเพื่อน ๆ ไปพบ “Sencha (เซนฉะ)” ชาเขียวอบไอน้ำยอดนิยมที่ “คนญี่ปุ่น” ดื่มทุกวัน แซง “Matcha (มัทฉะ)” และ “ชาขวด” ขึ้นแท่นชาประจำชาติยุคใหม่ เจาะลึกเทรนด์และประโยชน์ชาเพื่อสุขภาพ

- “เซนฉะ” แชมป์ชาเขียวประจำวัน ไขความลับความนิยมในคนญี่ปุ่น
- ไม่ใช่แค่ “มัทฉะ” สำรวจ “เทรนด์ดื่มชาญี่ปุ่น” ยอดนิยมอื่น ๆ
- จากพิธีชงชาสู่ “ชาขวด” การเปลี่ยนแปลง “เทรนด์ดื่มชาญี่ปุ่น”
- คุณค่าที่ซ่อนใน “ถ้วยชา” สุขภาพและความอเนกประสงค์ของชาญี่ปุ่น
- อนาคตของ “ชาญี่ปุ่น” ความท้าทายและโอกาสในตลาดโลก
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “เทรนด์ดื่มชาญี่ปุ่น” (FAQ)
- Momo Matcha ขายผงชาเขียวมัทฉะราคาปลีก-ราคาส่ง
“เซนฉะ” แชมป์ชาเขียวประจำวัน ไขความลับความนิยมในคนญี่ปุ่น
ใครจะคิดว่าชาที่คุ้นเคยกันดีอย่าง “เซนฉะ (Sencha)” หรือชาเขียวอบไอน้ำ จะยังคงครองตำแหน่งราชาแห่งชาญี่ปุ่นในใจผู้บริโภคได้อย่างมั่นคงและยาวนานขนาดนี้? ผลสำรวจยืนยันอย่างชัดเจนว่า “70.4%” ของผู้ตอบแบบสอบถามดื่มเซนฉะเป็นประจำทุกวัน ความนิยมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอในทุกช่วงวัย ตั้งแต่คนหนุ่มสาววัย 20 กว่าปี ที่มีมากกว่า 60% ดื่มเซนฉะ ไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุวัย 60 กว่าปี ซึ่งกว่า 80% ยังคงเลือกดื่มชาชนิดนี้เป็นประจำ

แล้วอะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของเซนฉะ? “เซนฉะ” โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตที่นำใบชาสดไปอบไอน้ำอย่างรวดเร็วหลังการเก็บเกี่ยว วิธีนี้ช่วยคงสีเขียวสด รสชาติที่หอมหวานอมขมเล็กน้อย และกลิ่นหอมสดชื่นอันเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างเต็มที่ ความสมดุลของรสชาติและกลิ่นสัมผัสนี้เองที่ทำให้เซนฉะเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับการดื่มในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะชงร้อนหรือเย็นก็ตาม มันให้ความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แต่ก็ไม่แรงจนเกินไป ทำให้ดื่มได้เรื่อย ๆ ตลอดวัน นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้เซนฉะเป็นชาที่เข้าถึงได้ง่ายและครองใจคนญี่ปุ่นในทุกเจเนอเรชั่น
ไม่ใช่แค่ “มัทฉะ“ สำรวจ “เทรนด์ดื่มชาญี่ปุ่น” ยอดนิยมอื่น ๆ
แม้ว่า “เซนฉะ” จะเป็นดาวเด่น แต่ชาญี่ปุ่นก็มีความหลากหลายที่น่าสนใจไม่แพ้กัน การสำรวจยังได้เปิดเผยถึงชาชนิดอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมรองลงมา ซึ่งแต่ละชนิดก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว :

- มุกิฉะ (Mugicha) หรือชาข้าวบาร์เลย์คั่ว ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองด้วยสัดส่วน 47.0% มุกิฉะเป็นชาที่ไม่มีคาเฟอีน มีรสชาติอ่อนโยนและสดชื่น มีกลิ่นหอมจากการคั่วข้าวบาร์เลย์ ทำให้เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในช่วงฤดูร้อน และเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย รวมถึงเด็กเล็กด้วย เนื่องจากไม่มีคาเฟอีนจึงสามารถดื่มได้ตลอดวันโดยไม่ต้องกังวล
- โฮจิฉะ (Hōjicha) หรือชาเขียวคั่ว อยู่ในอันดับที่สามที่ 36.9% สิ่งที่ทำให้โฮจิฉะแตกต่างคือกระบวนการคั่วใบชาเขียวด้วยความร้อนสูง ทำให้มีกลิ่นหอมจากการคั่วที่โดดเด่นคล้ายกลิ่นกาแฟอ่อนๆ และมีปริมาณคาเฟอีนต่ำกว่าชาเขียวทั่วไปมาก นี่จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการดื่มในตอนเย็นหรือสำหรับผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน
- เก็นไมฉะ (Genmaicha) หรือชาเขียวผสมข้าวกล้องคั่ว มีสัดส่วนผู้ดื่มที่ 21.5% ชาชนิดนี้เป็นการผสมผสานระหว่างชาเขียว (มักจะเป็นเซนฉะหรือบันฉะ) กับข้าวกล้องคั่ว ซึ่งบางครั้งก็เป็นข้าวที่แตกจากการคั่วจนมีลักษณะคล้ายข้าวโพดคั่ว ทำให้มีกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวคั่วผสมผสานกับรสชาติของชาเขียวได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบาย

ส่วน “มัทฉะ (Matcha)” ซึ่งเป็นชาเขียวผงที่โด่งดังไปทั่วโลกและมักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมชาญี่ปุ่น กลับมีผู้เลือกดื่มเป็นประจำเพียง 9.4% เท่านั้น ตัวเลขนี้อาจทำให้หลายคนประหลาดใจ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าแม้ว่ามัทฉะจะมีสถานะเป็นไอคอนและเป็นที่นิยมในคาเฟ่ต่างๆ ทั่วโลก แต่ในบริบทของการบริโภคประจำวัน ชาชนิดอื่นกลับมีความแพร่หลายมากกว่า อาจเป็นเพราะกระบวนการเตรียมมัทฉะที่ต้องใช้เวลาและอุปกรณ์เฉพาะมากกว่าชาชนิดอื่น ทำให้ไม่เหมาะกับการดื่มในชีวิตประจำวันที่เร่งรีบและต้องการความรวดเร็ว
จากพิธีชงชาสู่ “ชาขวด” การเปลี่ยนแปลง “เทรนด์ดื่มชาญี่ปุ่น“
หนึ่งในผลลัพธ์ที่น่าจับตาที่สุดของการสำรวจครั้งนี้คือการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในวิธีการบริโภคชา ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ได้ชงชาจากใบชาอีกต่อไป แต่หันมาพึ่งพาความสะดวกสบายที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ชาสำเร็จรูปอย่างเต็มตัว

“ชาในขวดพลาสติก” กลายเป็นวิธีดื่มชาที่ได้รับความนิยมสูงสุดถึง 42.7% ตามมาด้วย “ถุงชา” ที่ 33.8% สิ่งที่น่าตกใจคือ มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 26.8% เท่านั้นที่กล่าวว่าพวกเขาชงชาเองจากใบชา นี่เป็นตัวเลขที่ต่ำมากเมื่อพิจารณาถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของการชงชาในครัวเรือนญี่ปุ่น
สิ่งที่เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงนี้คือข้อมูลจากกลุ่มผู้สูงอายุวัย 60 กว่าปี ซึ่งเป็นรุ่นที่เติบโตมาในยุคที่การชงชาจากใบชาเป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันอย่างแท้จริง แต่แม้กระทั่งในกลุ่มนี้ ก็มีเพียง 43.2% เท่านั้นที่ยังคงชงชาเอง ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ชาขวดพร้อมดื่มได้ก้าวขึ้นมาเป็น “มาตรฐานใหม่” ของการบริโภคชาในญี่ปุ่นอย่างไม่ต้องสงสัย
ความเร่งรีบของชีวิตสมัยใหม่ ความสะดวกสบายในการหาซื้อจากร้านสะดวกซื้อหรือตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และการไม่ต้องเสียเวลาเตรียมอุปกรณ์หรือทำความสะอาด เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาพร้อมดื่มได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม สอดรับกับเทรนด์ทั่วโลกที่เน้นความสะดวกสบายและรวดเร็ว สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าวัฒนธรรมการชงชาแบบดั้งเดิมจะหายไป แต่เป็นการปรับตัวของตลาดชาให้เข้ากับวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ อุตสาหกรรมชาจึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาและผลิตชาพร้อมดื่มที่มีคุณภาพหลากหลายรสชาติ และรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่น่าดึงดูดใจ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปนี้
คุณค่าที่ซ่อนใน “ถ้วยชา“ สุขภาพและความอเนกประสงค์ของชาญี่ปุ่น
นอกเหนือจากประเภทและวิธีการบริโภค การสำรวจยังได้เจาะลึกถึงคุณค่าและความประทับใจที่ชาวญี่ปุ่นมีต่อชาญี่ปุ่น ซึ่งเผยให้เห็นถึงเหตุผลเบื้องหลังความนิยมของเครื่องดื่มชนิดนี้ในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ความประทับใจอันดับแรกที่ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 37.8% เลือกคือ “มันดีต่อสุขภาพเพราะมีคาเทชิน” นี่แสดงให้เห็นถึงความตระหนักรู้ของชาวญี่ปุ่นเกี่ยวกับคุณประโยชน์ด้านสุขภาพที่ซ่อนอยู่ในชา โดยเฉพาะสาร คาเทชิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง พบมากในชาเขียว และเชื่อกันว่ามีส่วนช่วยในการป้องกันโรคต่างๆ ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ ความตระหนักรู้ด้านสุขภาพนี้เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ชาญี่ปุ่นยังคงเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

อันดับสองที่ 33.3% คือ “มันจำเป็นสำหรับมื้ออาหาร” ชาญี่ปุ่นมักจะถูกเสิร์ฟพร้อมกับอาหารในแทบทุกมื้อ ตั้งแต่มื้อเช้าไปจนถึงมื้อเย็น ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมอย่างซูชิ ซาชิมิ หรืออาหารชุด หรือแม้แต่ดื่มคู่กับอาหารตะวันตก ชาก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมรสชาติ ช่วยชะล้างรสชาติอาหารที่ค้างอยู่ในปาก และช่วยในการย่อยอาหาร คุณสมบัติที่ไม่หวานและมีรสชาติกลมกล่อมทำให้สามารถดื่มคู่กับอาหารได้หลากหลายประเภทโดยไม่ขัดแย้งกับรสชาติหลักของอาหารเลย ถือเป็นเครื่องดื่มที่เติมเต็มมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ
และอันดับสามที่ 28.3% คือ “มันเหมาะสำหรับหลายโอกาสเพราะไม่หวาน” คุณสมบัติที่ไม่หวานตามธรรมชาติของชาญี่ปุ่นทำให้เป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ในหลายโอกาสและสถานการณ์ ไม่ว่าจะดื่มเพื่อความสดชื่นยามเช้า ดื่มระหว่างการทำงานเพื่อคลายความเหนื่อยล้า ดื่มในงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อความผ่อนคลาย หรือแม้แต่ดื่มก่อนนอนสำหรับชาบางชนิดที่มีคาเฟอีนต่ำ เช่น โฮจิฉะ หรือมุกิฉะ ความอเนกประสงค์นี้เองที่ทำให้ชาญี่ปุ่นแตกต่างจากเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มักมีรสชาติหวานและอาจมีข้อจำกัดในการบริโภคมากกว่า จึงทำให้ชาญี่ปุ่นเป็นเครื่องดื่มที่เข้าได้กับทุกจังหวะของชีวิตประจำวัน
อนาคตของ “ชาญี่ปุ่น“ ความท้าทายและโอกาสในตลาดโลก
การสำรวจครั้งนี้ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีค่าเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของวัฒนธรรมการดื่มชาในญี่ปุ่น มันแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่ได้รับอิทธิพลจากความเร่งรีบของชีวิตสมัยใหม่และความต้องการความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าชาบางชนิด เช่น มัทฉะ อาจจะไม่ถูกบริโภคเป็นประจำทุกวันมากเท่าชนิดอื่นๆ แต่ก็ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งในแง่ของวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ที่เป็นสากล รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของพิธีการและโอกาสพิเศษต่าง ๆ

สำหรับอุตสาหกรรมชาญี่ปุ่น การปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาชาพร้อมดื่มที่มีคุณภาพสูง การสร้างสรรค์รสชาติใหม่ๆ ที่หลากหลาย และการนำเสนอคุณประโยชน์ด้านสุขภาพที่น่าสนใจ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาและขยายฐานผู้บริโภคในอนาคต ไม่ใช่เพียงแค่ในญี่ปุ่น แต่ยังรวมถึงตลาดโลกด้วย เพราะชาญี่ปุ่นมีศักยภาพในการเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก
นอกจากนี้ การส่งเสริมความเข้าใจในคุณค่าทางวัฒนธรรมและประเพณีการชงชาดั้งเดิมควบคู่ไปกับการนำเสนอทางเลือกที่สะดวกสบาย ก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ชาญี่ปุ่นยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของวิถีชีวิตชาวญี่ปุ่นและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก การผสมผสานระหว่างมรดกทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งกับการตอบสนองความต้องการของชีวิตยุคใหม่ จะช่วยให้ชาญี่ปุ่นยังคงเป็นที่รักและเป็นที่ต้องการของผู้คนในทุกยุคทุกสมัย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “เทรนด์ดื่มชาญี่ปุ่น” (FAQ)
- ทำไม เซนฉะ (Sencha) ถึงเป็นชาที่คนญี่ปุ่นนิยมดื่มมากที่สุดในชีวิตประจำวัน?
เซนฉะ ได้รับความนิยมสูงสุดเพราะมีรสชาติที่สดชื่น กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ซึ่งเกิดจากกระบวนการอบไอน้ำหลังการเก็บเกี่ยว ทำให้รสชาติไม่เข้มข้นจนเกินไป สามารถดื่มได้เรื่อย ๆ ตลอดวัน และยังเหมาะกับการดื่มคู่กับอาหารหลากหลายชนิด อีกทั้งยังมีคุณประโยชน์จาก คาเทชิน ซึ่งคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพค่ะ
- มัทฉะ (Matcha) ซึ่งเป็นชาญี่ปุ่นที่โด่งดังไปทั่วโลก ทำไมถึงมีสัดส่วนการดื่มประจำวันน้อยกว่าชาชนิดอื่น?
แม้ มัทฉะ จะเป็นสัญลักษณ์ของชาญี่ปุ่นและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่การเตรียม มัทฉะ แบบดั้งเดิมต้องใช้เวลาและอุปกรณ์เฉพาะ ทำให้ไม่เหมาะกับวิถีชีวิตประจำวันที่เร่งรีบของคนส่วนใหญ่ คนญี่ปุ่นมักจะดื่มมัทฉะในโอกาสพิเศษ หรือตามร้านคาเฟ่ที่ให้บริการมากกว่าที่จะชงดื่มเองที่บ้านทุกวันค่ะ
- อะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้ “ชาขวดพลาสติก” (ชาพร้อมดื่ม) กลายเป็นวิธีดื่มชาที่คนญี่ปุ่นนิยมมากที่สุด
สาเหตุหลักคือ ความสะดวกสบาย ค่ะ วิถีชีวิตที่เร่งรีบทำให้ผู้คนต้องการเครื่องดื่มที่หาซื้อได้ง่าย ดื่มได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาชงหรือทำความสะอาด ชาขวด ตอบโจทย์ตรงนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ชาพร้อมดื่มเข้ามาแทนที่การชงชาจากใบโดยตรงในชีวิตประจำวันของคนทุกเพศทุกวัย รวมถึงผู้สูงอายุด้วยค่ะ
- ชาญี่ปุ่นมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรในมุมมองของคนญี่ปุ่น
คนญี่ปุ่นเชื่อว่าชาญี่ปุ่น ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะจากสาร คาเทชิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในชาเขียวค่ะ นอกจากนี้พวกเขายังมองว่าชาเป็นเครื่องดื่มที่ จำเป็นสำหรับมื้ออาหาร ช่วยเสริมรสชาติและช่วยย่อยอาหาร และด้วยความที่ชาญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ไม่หวาน จึงเหมาะกับการดื่มในทุกโอกาส ทำให้เป็นเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพและความหลากหลายในการบริโภคค่ะ
- เทรนด์การดื่มชาในญี่ปุ่นที่เปลี่ยนไปนี้ สะท้อนถึงอะไรเกี่ยวกับวัฒนธรรมการดื่มชา
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการที่วัฒนธรรมชาญี่ปุ่นมีการ ปรับตัวและผสานรวมกับความทันสมัย ค่ะ แม้ประเพณีการชงชาแบบดั้งเดิมยังคงอยู่ แต่ผู้คนก็เปิดรับความสะดวกสบายมากขึ้นในชีวิตประจำวัน อุตสาหกรรมชาก็ต้องปรับตัวโดยการผลิตชาพร้อมดื่มที่มีคุณภาพ เพื่อรักษาความนิยมของชาญี่ปุ่นในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกและวิถีชีวิตที่หลากหลายขึ้น
ในท้ายที่สุด ไม่ว่าชาญี่ปุ่นจะถูกชงจากใบชาอย่างพิถีพิถันด้วยมือ หรือถูกเทออกจากขวดพลาสติกเย็นๆ สิ่งหนึ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงคือคุณค่าที่ผู้คนมอบให้แก่เครื่องดื่มชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพที่พิสูจน์ได้ ความสามารถในการเข้ากันได้กับทุกมื้ออาหาร หรือเพียงแค่ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขที่ได้รับจากแต่ละจิบ ชาญี่ปุ่นยังคงเป็นมากกว่าแค่เครื่องดื่ม แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งของญี่ปุ่น ที่สามารถปรับตัวและวิวัฒนาการไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างไร้รอยต่อ และยังคงรักษามรดกอันทรงคุณค่าของตนไว้ในรูปแบบใหม่ๆ ได้เสมอ
Momo Matcha ขายผงชาเขียวมัทฉะราคาปลีก-ราคาส่ง
สำหรับใครที่กำลังมองหาแหล่งจำหน่ายผงมัทฉะคุณภาพโดยตรง หรือผู้ประกอบการร้านเครื่องดื่ม ร้านกาแฟ ร้านชาไข่มุก ที่ต้องการผงมัทฉะเกรดพรีเมียม ลองดู Momo Matcha เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ
Momo Matcha เป็นโรงงานที่จำหน่ายผงมัทฉะแท้คุณภาพ มีให้เลือกทั้ง “ผงมัทฉะ” และ “ผงอุจิมัทฉะ” ที่ให้กลิ่นและรสชาติต่างกัน โดยคัดสรรใบชาจากประเทศญี่ปุ่น นำมาผ่านกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน ทำให้ได้ผงมัทฉะเนื้อเนียนละเอียด ชงง่าย ละลายไว เหมาะสำหรับนำไปชงดื่ม, ทำเบเกอรี่, ทำอาหารเสริม รวมถึงสำหรับธุรกิจที่ต้องการนำไปเป็นส่วนผสมในการผลิตสินค้าต่าง ๆ นอกจากผลิตภัณฑ์มัทฉะแล้ว ทาง Momo Matcha ยังมีผลิตภัณฑ์ผงเครื่องดื่มอื่น ๆ เช่น ผงโกโก้ และผงดาร์กโกโก้ไว้เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับร้านค้าอีกด้วย
ที่นี่มีบริการทั้งราคาปลีกและราคาส่งพิเศษ และสำหรับผู้ที่สั่งซื้อครบ 60 กิโลกรัม ยังมีบริการรับออกแบบโลโก้และทำฉลากสินค้าให้ฟรี! พร้อมเรทราคาพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการสั่งซื้อปริมาณมาก ช่วยลดต้นทุนและให้คุณมีสินค้าในนามแบรนด์ของตัวเองพร้อมจำหน่ายได้ทันที

ช่องทางการติดต่อและสั่งซื้อ :
- TEL : 064-845-6698
- LINE : @MOMOMATCHA
- FACEBOOK FANPAGE : ผงมัทฉะ เกรดพรีเมี่ยม Momo Matcha
แหล่งข้อมูลอ้างอิง





