แปรงตีมัทฉะ แบบพลาสติก-ไม้ไผ่ เลือกใช้แบบไหนดี ?

แปรงตีมัทฉะ แปรงชงมัทฉะ หรือบางคนเรียกว่าแปรงชงชาเขียว เลือกใช้แบบไหนดีถึงจะเหมาะสม อุปกรณ์สำคัญที่มีผลมัทฉะแก้วโปรดของคุณ “มัทฉะ” นับว่าเป็นหนึ่งเมนูเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมทั่วโลก และเป็นเมนูขายดีสำหรับร้านขายชากาแฟ ร้านคาเฟ่ในไทยอีกด้วย 

และการชงมัทฉะหนึ่งแก้ว จะต้องมีอุปกรณ์สำหรับตีหรือชงมัทฉะโดยเฉพาะ นั่นก็คือ แปรงตีมัทฉะ หรือที่เรียกกันว่า Chasen (ฉะเซ็น) ที่นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการชงมัทฉะ ที่จะมีลักษณะคล้ายแปรง มีซี่สำหรับตีถี่ ๆ  และมีด้ามจับ แถมแปรงตีมัทฉะนี้ก็ยังมีให้เลือกใช้หลากหลายแบบมากในท้องตลาดทั่วไป ทั้งจากวัสดุ จำนวนซี่แปรง ยี่ห้อของแปรง รวมไปถึงราคาที่ต่างกัน และในวันนี้เราจะมาพูดถึงการเลือกใช้แปรงตีมัทฉะ จากวัสดุอย่างพลาสติกและไม้ไผ่กัน จะมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ลองมาดูกันเลย ! 

อ่านดูเพิ่มเติม

แปรงตีมัทฉะ เลือกใช้แบบไหนดี ?

แปรงตีมัทฉะไม้ไผ่ 

แปรงตีมัทฉะ

แปรงตีมัทฉะยอดนิยม นับว่าเป็นตัวคลาสสิคเลยก็ว่าได้ แปรงตีมัทฉะแบบไม้ไผ่นี้จะทำมาจากไม้ไผ่แท้ แต่ก็จะมีให้เลือกประเภทของไผ่ที่ต่างกันออกไปอีกด้วย อาทิ ไผ่เหลือง, ไผ่ดำ และไผ่ม่วง ซึ่งไผ่แต่ละชนิดก็จะมีความยืดหยุ่นและความยืดหยุ่นที่ต่างกันออกไป โดยไผ่ที่นิยมนำมาทำก็จะเป็น ไผ่เหลือง เนื่องจากราคาไม่สูงมาก มีความยืดหยุ่นดี  ใช้ชงมัทฉะง่าย

โดยแปรงตีมัทฉะแบบไม้ไผ่นี้ จะมีน้ำหนักที่เบา มีความยืดหยุ่นสูง ไม่มีความแข็งกระด้าง ช่วยให้ตีมัทฉะได้ง่าย ไม่ฝืด ไม่เมื่อยมือ และได้มัทฉะที่มีเนื้อเนียนนุ่ม ขึ้นฟองสวยงาม แถมยังจะให้กลิ่นหอมเมื่อนำมาตีกับน้ำอุ่น ๆ  แต่อาจมีจุดด้อยตรงที่ว่ามีอายุการใช้งานที่ไม่นาน หากไม่ล้างทำความสะอาดดี ๆ หรือปล่อยให้ชื้น ก็อาจทำให้มีเชื้อรา และหักง่ายอีกด้วย 

แปรงตีมัทฉะพลาสติก 

แปรงตีมัทฉะ

แปรงแบบพลาสติกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนที่แบบไม้ไผ่ ผลิตมาจากพลาสติกแต่จะไม่ค่อยมีประเภทของแปรงให้เลือกใช้เหมือนกับไม้ไผ่  ซึ่งจะมีความทนทานมากกว่า มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน มีน้ำหนักที่หนักกว่าแบบไม้ไผ่ และทำความสะอาดง่ายกว่า ไม่ต้องกังวลในเรื่องของเชื้อราต่าง ๆ  แต่จะมีราคาที่สูง เมื่อนำมาตีผงมัทฉะแล้วจะมีทำให้ปวดเมื่อยข้อมือได้ เนื่องจากมีซี่แปรงที่หนา และด้วยน้ำหนัก ทำให้มีความยืดหยุ่นน้อย อาจจะต้องใช้เวลาในการตีที่นานขึ้น และได้ผงมัทฉะที่ไม่เนียนละมุนเท่าแบบไม้ไผ่ แต่จะมีความทน สามารถกดน้ำหนักมือแบบแรง ๆ ได้    

สรุปแล้ว แปรงตีมัทฉะแบบไม้ไผ่จะมีความยืดหยุ่นที่ดีกว่า ไม่หนักมือ จะให้ผงมัทฉะหลังการตีที่เนียนนุ่ม ไม่เป็นก้อน แต่จะต้องดูแลรักษาดี ๆ เนื่องจากหักง่าย และเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อรา  ส่วนแปรงตีมัทฉะแบบพลาสติก เนื่องจากมีความแข็งของซี่แปรงและน้ำหนักที่หนักกว่า จึงอาจทำให้ได้มัทฉะที่ไม่เนียนนุ่มหนัก อาจมีตะกอนเหลืออยู่ แต่จะคงทน ใช้ได้นาน และล้างทำความสะอาดง่าย อาจจะเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการฝึกตีชาเขียว และกลัวแปรงหักระหว่างการตี 

แปรงตีมัทฉะ

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อแปรงตีมัทฉะแบบพลาสติกหรือแบบไม้ไผ่ดี ก็สามารถนำแนวทางที่เรามาแชร์กันนี้ไปพิจารณากันดูได้เลย เพื่อให้ได้แปรงตีมัทฉะที่เหมาะสมกับตัวคุณ หรือร้านของคุณนั่นเอง และจะช่วยให้คุณชงมัทฉะได้ง่ายยิ่งขึ้น    

แต่อีกหนึ่งข้อสงสัยที่มักเกิดขึ้นกับใครหลาย ๆ คน เกี่ยวกับผงมัทฉะก็คือ มีความแตกต่างกับชาเขียวยังไง ทั้งที่ให้สีของเครื่องดื่มที่คล้ายกัน บางคนอาจคิดว่าคือเมนูเดียวกัน หรือใช้ผงชาชนิดเดียวกัน 

ผงมัทฉะกับผงชาเขียว เหมือนและต่างกันยังไงบ้าง ? 

ชาเขียวและมัทฉะ มีความเหมือนกันคือ เป็นผลิตภัณฑ์จากต้นชาเดียวกัน แต่จะมีความแตกต่างตรงที่ กรรมวิธีการปลูก กระบวนการผลิต ตลอดจนไปจนถึงการชง รสชาติ และกลิ่นหอมที่ได้ 

ชาเขียว : เป็นใบชาที่ปลูกกลางแจ้ง มักจะถูกนำไปอบแห้งหรือบดหยาบ รวมถึงการแต่งสีแต่งกลิ่น เพื่อให้ได้ผงชาเขียวสำหรับชงที่มีความหลากหลาย นิยมนำไปชงด้วยการแช่ชา หรือสกัดผ่านเครื่องชงได้ นำไปชงเป็นเมนูอย่าง ชาเขียวนม ชาเขียวมะนาว ชาเขียวปั่น เป็นต้น 

มัทฉะ : เป็นใบชาที่ต้องปลูกในที่ร่ม เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาในการสร้างคลอโรฟิลด์ที่มากขึ้น ทำให้ใบชามีสีเขียวเข้มกว่าปกติ และจะถูกนำไปบดจนเป็นผงละเอียด จะมีรสขม และมีกลิ่นหอมที่โดดเด่นต่างจากชาเขียว  วิธีชงก็คือต้องชงแบบละลายในน้ำร้อน ที่จะมีอุปกรณ์สำหรับตีผงมัทฉะโดยเฉพาะ และจะมีราคาที่แพงกว่าชาเขียว 

ไม่ว่าจะเป็นผงชาเขียว หรือผงมัทฉะ ก็นับว่าเป็นผงชาที่ควรมีติดร้านชากาแฟเอาไว้ เพราะสามารถนำมาชงเครื่องดื่มเมนูสุดอร่อย อย่าง ชาเขียวนม มัทฉะลาเต้ และเมนูอื่น ๆ ได้เลย และสำหรับ momomatcha ของเรา ก็เป็นแหล่งจำหน่ายผงมัทฉะแท้ จำหน่ายผงมัทฉะคุณภาพ จำหน่ายทั้งแบบปลีก-ส่ง สามารถรับไปทำแบรนด์มัทฉะ หรือซื้อเยอะ ๆ ในราคาโรงงานแล้วนำไปจำหน่ายต่อได้เช่นกัน