Skip to content

Ichibancha คืออะไร? “First Flush” ที่คนรักมัทฉะต้องรู้!

    เคยสงสัยไหม? ชาเขียวญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและชื่อเรียกมากมาย และอาจจะสงสัยว่า “Ichibancha คือ?” หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบในรสชาติ นุ่มลึกของมัทฉะ หรือกำลังมองหาประสบการณ์การดื่มชาที่ไม่เคยสัมผัส การทำความเข้าใจว่า “Ichibancha คืออะไร” ถือว่าสำคัญที่จะทำให้คุณเข้าถึงชาเขียวญี่ปุ่นคุณภาพพรีเมียม บทความนี้จาก Momo Matcha จะพาคุณไปเจาะลึกทุกมิติของชาเก็บเกี่ยวครั้งแรก หรือ “First Flush” ที่เรียกว่า “Shincha” ตั้งแต่การดูแลต้นชาอย่างถนุถนอมตลอดฤดูหนาว การเก็บเกี่ยวด้วยมืออย่างพิถีพิถันในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงเคล็ดลับการชงที่จะดึงรสชาติ “อูมามิ” อันเป็นเอกลักษณ์ออกมาได้ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาค้นพบกันว่าทำไม Ichibancha จึงเป็นหัวใจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังมัทฉะเกรดที่ดีที่สุด และเป็นประสบการณ์ที่คนรักมัทฉะทุกคนต้องลองสักครั้งในชีวิต

    “Ichibancha หรือ Shincha” ไม่ใช่ชื่อชา แต่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด หลาย ๆ คนอาจเข้าใจผิดว่า Ichibancha คือชื่อของชาสายพันธุ์หนึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว คำนี้คือคำที่ใช้ระบุถึง “ช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยว” ใบชาที่เก็บเกี่ยวครั้งแรกของปี ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ประมาณเดือนเมษายน–พฤษภาคมในญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการกำหนดคุณภาพ รสชาติ และราคาของชาเขียวญี่ปุ่น

    ในภาษาญี่ปุ่น คำว่า “Ichi” (一) แปลว่า “หนึ่ง” หรือ “แรก” และคำว่า “Ban” (番) แปลว่า “ลำดับที่” ส่วนคำว่า “Cha” (茶) ก็แปลว่า “ชา” เมื่อนำมารวมกัน Ichibancha (一番茶) จึงมีความหมายตรงตัวว่า “ชาลำดับที่หนึ่ง” หรือ “ชาที่เก็บเกี่ยวเป็นครั้งแรกของปี” สามารถเรียกง่าย ๆ ว่า “ชาครั้งแรก”

    Ichibancha คืออะไร เจาะลึกชาเก็บเกี่ยวครั้งแรก (First Flush) ที่มาของรสชาติอูมิมามิในมัทฉะเกรดพรีเมียม อ่านเลยที่ Momo Matcha

    ต้นชาจะใช้เวลาตลอดฤดูหนาวในการพักตัว หยุดการเจริญเติบโต และค่อย ๆ สะสมสารอาหารสำคัญไว้ในลำต้นและรากอย่างช้า ๆ เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น ต้นชาจะปลดปล่อยพลังงาน และสารอาหารทั้งหมดที่สะสมมาตลอดหลายเดือนเพื่อแตกยอดอ่อนชุดแรกออกมา ยอดอ่อนเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนส่วนที่ดีที่สุด เข้มข้นที่สุด และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุดของต้นชาในปีนั้น ๆ การเก็บเกี่ยวในช่วงเวลานี้จึงให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีที่สุด ซึ่งตรงกันข้ามกับการเก็บเกี่ยวในครั้งถัด ๆ ไปของปี ที่ปริมาณสารอาหารและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จะค่อย ๆ ลดน้อยถอยลง

    เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เราสามารถเปรียบเทียบคุณภาพของ Ichibancha กับการเก็บเกี่ยวในลำดับถัดไป คือ Nibancha (ชาลำดับที่สอง) และ Sanbancha (ชาลำดับที่สาม) ได้ผ่านตารางนี้ ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมผู้ผลิตชาพรีเมียมอย่าง Momo Matcha จึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกใบชาจากช่วง First Flush

    หัวข้อเปรียบเทียบIchibancha (เก็บครั้งที่ 1 / First Flush)Nibancha (เก็บครั้งที่ 2)Sanbancha (เก็บครั้งที่ 3)
    ช่วงเวลาฤดูใบไม้ผลิ (ปลายเม.ย. – พ.ค.)ฤดูร้อน (มิ.ย. – ก.ค.)ปลายฤดูร้อน (ส.ค. เป็นต้นไป)
    ลักษณะใบชายอดอ่อน นุ่ม มีสีเขียวสดสว่างใบชาเริ่มแข็งขึ้น มีสีเขียวเข้มใบใหญ่ แข็งกระด้าง สีเขียวคล้ำ
    รสชาติเด่นอูมามิสูงมาก, หวานละมุน, ขมน้อยที่สุดสมดุล, มีความฝาด (Astringency) ชัดขึ้นมีรสฝาดและขมเป็นหลัก
    สาร L-Theanineมีปริมาณสูงที่สุด (ให้รสอูมามิและความผ่อนคลาย)ปานกลางน้อย
    สาร Catechinsสมดุล (ให้ประโยชน์และรสฝาดเล็กน้อย)สูงขึ้น (ทำให้รสฝาดมากขึ้น)สูงที่สุด (ทำให้รสขมและฝาดจัด)
    ราคาสูงที่สุดปานกลางถูก
    เหมาะสำหรับชงดื่มแบบพรีเมียม, มัทฉะเกรดพิธีชงชา, เกียวกุโระชงดื่มทั่วไปในชีวิตประจำวัน, ชาขวด, ชาผสมชาคุณภาพรอง, ส่วนประกอบอาหาร, สารสกัด

    จากตารางจะเห็นได้ว่า Ichibancha มีคุณสมบัติที่โดดเด่นในทุกมิติ โดยเฉพาะปริมาณ L-Theanine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนสำคัญที่ทำให้ชามี “รสชาติอูมามิ” กลมกล่อมและช่วยให้ผู้ดื่มรู้สึกผ่อนคลายแต่มีสมาธิ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่หาไม่ได้ในการเก็บเกี่ยวครั้งอื่น ๆ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Ichibancha เป็นที่ต้องการและมีราคาสูงกว่าชาทั่วไปในท้องตลาด

    รสชาติของ Ichibancha ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของกระบวนการที่เริ่มต้น ก่อนที่ใบชาจะถูกเด็ดจากต้น มันคือเรื่องราวของการรอคอย การดูแลเอาใจใส่ และความเคารพต่อธรรมชาติที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น การทำความเข้าใจกระบวนการของยอดชาตั้งแต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของต้นในไร่ จนกลายมาเป็นชาคุณภาพในแก้วของคุณ

    เรื่องราวของ Ichibancha เริ่มต้นขึ้นในความเงียบสงบของฤดูหนาว ในขณะที่ไร่ชาหลายแห่งถูกปกคลุมด้วยอากาศที่หนาวเย็น ต้นชา Camellia sinensis จะเข้าสู่สภาวะพักตัว มันจะหยุดการเจริญเติบโตของใบและกิ่งก้านด้านบนทั้งหมด แต่ภายใต้ผืนดิน กระบวนการที่สำคัญที่สุดกำลังดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ

    ต้นชาจะใช้ช่วงเวลาหลายเดือนนี้ในการดูดซึมแร่ธาตุและสารอาหารจากดินอย่างช้า ๆ แล้วนำไปเก็บสะสมไว้ในรากและลำต้น สารอาหารเหล่านี้คือสิ่งที่ดีที่สุด โดยเฉพาะกรดอะมิโนนานาชนิด ซึ่งรวมถึง L-Theanine ที่สร้าง “รสชาติอูมามิ” อันเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งต้นชาได้พักตัวในสภาพอากาศที่เหมาะสมและยาวนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะสม “ความหวาน” และ “ความกลมกล่อม” ไว้ได้มากเท่านั้น ช่วงเวลานี้จึงไม่ใช่การหยุดนิ่ง แต่คือการเตรียมความพร้อมเพื่อปล่อยรสชาติที่ดีที่สุดออกมาเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง

    เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง และอุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น มันคือสัญญาณปลุกให้ต้นชาตื่นจากการหลับในช่วงฤดูหนาว พลังงานและสารอาหารทั้งหมดที่สะสมไว้จะถูกส่งขึ้นไปยังยอดเพื่อให้เกิดการแตกยอดอ่อนแรกที่สมบูรณ์ที่สุด การเก็บเกี่ยว Ichibancha ในช่วงเวลานี้จึงถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของปีสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกชา

    คุณอาจเคยได้ยินอีกชื่อหนึ่งที่มาพร้อมกันคือ “Shincha” (新茶) ซึ่งแปลว่า “ชาใหม่” โดย Shincha ก็คือผลิตภัณฑ์ชาที่ได้จากการเก็บเกี่ยวในช่วง Ichibancha นั่นเอง เป็นการเฉลิมฉลองชาแรกของปีที่ทุกคนรอคอย ซึ่งโดยปกติแล้วการเก็บเกี่ยวจะเริ่มต้นประมาณปลายเดือนเมษายน หรือในวัน Hachiju hachiya ซึ่งเป็นวันที่ 88 หลังเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ ตามปฏิทินจันทรคติของญี่ปุ่น ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นช่วงเวลาที่จะได้ใบชาคุณภาพดีที่สุด

    สำหรับชาเกรดสูงสุดอย่าง Gyokuro หรือ Tencha การเก็บเกี่ยวจะทำด้วยมืออย่างประณีตพิถีพิถัน และ 2 ใบบนสุดที่ยังอ่อน การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นการคัดเลือกเฉพาะส่วนที่ดีที่สุด แต่ยังเป็นการถนอมใบชาไม่ให้บอบช้ำจากการใช้เครื่องจักร ซึ่งจะส่งผลต่อรสชาติสุดท้ายในแก้วชาโดยตรง

    ทันทีที่ยอดชาถูกเด็ดออกจากต้น การแข่งขันกับเวลาก็เริ่มต้นขึ้น ใบชาที่เพิ่งถูกเก็บมาใหม่ ๆ จะเริ่มกระบวนการออกซิเดชันทันที ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่จะเปลี่ยนสีและรสชาติของใบชาไป ดังนั้น เพื่อรักษาสีเขียวสดใส กลิ่นหอมสดชื่น และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของ Ichibancha ไว้ จึงต้องนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง

    Ichibancha คืออะไร เจาะลึกชาเก็บเกี่ยวครั้งแรก (First Flush) ที่มาของรสชาติอูมิมามิในมัทฉะเกรดพรีเมียม อ่านเลยที่ Momo Matcha

    ขั้นตอนแรกและเป็นเอกลักษณ์ที่สุดของชาเขียวญี่ปุ่นคือการนึ่งด้วยไอน้ำร้อนจัดเป็นเวลาสั้น ๆ เพื่อหยุดการทำงานของเอนไซม์ที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน วิธีการนี้แตกต่างจากชาจีนที่มักจะใช้การคั่วในกระทะ การนึ่งจะช่วย “ล็อก” สีเขียวและรสชาติที่สดใหม่ของใบชาเอาไว้ ซึ่งระยะเวลาในการนึ่งยังแบ่งได้อีก 2 แบบหลัก ๆ คือ :

    • อาซามูชิ (Asamushi) : การนึ่งแบบตื้น ใช้เวลาสั้น ๆ (20-30 วินาที) ทำให้ใบชายังคงรูปทรงสวยงามคล้ายเข็ม น้ำชามีสีเขียวอมเหลืองใส ให้รสชาติที่สะอาด สดชื่น และซับซ้อน
    • ฟุคามูชิ (Fukamushi) : การนึ่งแบบลึก ใช้เวลานานขึ้น (60-90 วินาที) ทำให้ใบชาเปื่อยยุ่ยและแตกตัวมากขึ้น เมื่อชงจะได้น้ำชาสีเขียวเข้มขุ่น ให้รสชาติที่หวานชัดเจน เข้มข้น และมีความฝาดขมน้อยลง

    หลังจากนึ่งเสร็จ ใบชาจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการนวดและคลึงหลายขั้นตอนด้วยเครื่องจักรที่ถูกออกแบบมาให้เลียนแบบการนวดด้วยมือของปรมาจารย์ด้านชาในสมัยโบราณ กระบวนการนี้มีจุดประสงค์เพื่อลดความชื้นในใบชาอย่างสม่ำเสมอ และเพื่อทำลายผนังเซลล์ของใบชาเล็กน้อย ทำให้น้ำหล่อเลี้ยงและสารประกอบรสชาติต่างๆ ที่อยู่ภายในไหลออกมาเคลือบอยู่บนผิวของใบชา เมื่อเรานำไปชง สารเหล่านี้จึงละลายออกมาได้อย่างรวดเร็วและเต็มที่

    ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำใบชาที่ผ่านการนวดแล้วมาอบด้วยลมร้อน เพื่อไล่ความชื้นที่เหลืออยู่ออกไปจนเหลือเพียงประมาณ 3-5% ทำให้ใบชาแห้งสนิท สามารถเก็บรักษาคุณภาพ กลิ่น และรสชาติไว้ได้นานนับปี กระบวนการทั้งหมดนี้ต้องทำอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกหยาดหยดของรสชาติจากยอดชา Ichibancha จะถูกเก็บรักษาไว้รอวันที่จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้งในแก้วชาของคุณ

    เราได้ทราบแล้วว่า Ichibancha คืออะไร? การเก็บเกี่ยวใบชาครั้งแรกของปีที่ผ่านการสะสมสารอาหารมาอย่างยาวนาน แต่คำถามสำคัญคือ สารอาหารเหล่านั้นส่งผลต่อรสชาติและคุณประโยชน์อย่างไร? ความพิเศษของ Ichibancha ไม่ใช่เป็นเพียงความรู้สึกหรือความเชื่อที่เล่าต่อกันมา แต่เป็นสิ่งที่สามารถพิสูจน์และวัดผลได้ คุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์ในยอดชาอ่อนเหล่านี้ คือสิ่งที่ทำให้มันแตกต่างและเป็นที่สุด ทั้งในด้านของรสชาติและคุณประโยชน์

    รสชาติที่เป็นหัวใจของชาเขียวญี่ปุ่นคุณภาพสูง คำนั้นก็คือ “อูมามิ” (うま味) ซึ่งเป็น 1 ใน 5 รสชาติพื้นฐาน นอกเหนือจาก หวาน เปรี้ยว เค็ม และขม คำว่าอูมามิสามารถแปลได้ว่า “รสอร่อยกลมกล่อม” เป็นรสชาติที่ให้ความรู้สึกนุ่ม ชุ่มคอ และติดอยู่ในปากนาน

    ซึ่งตัวการสำคัญที่สร้างสรรค์รสชาตินี้ขึ้นมาก็คือกรดอะมิโนชนิดพิเศษที่ชื่อว่า “แอล-ธีอะนีน (L-Theanine)” และ L-Theanine ใน Ichibancha เกิดขึ้นจากต้นชาเอง :

    1. การสร้างและเก็บสะสม : ในช่วงฤดูหนาว รากของต้นชาจะสร้าง L-Theanine และกรดอะมิโนอื่น ๆ แล้วเก็บสะสมไว้เป็นแหล่งพลังงานหลัก
    2. การส่งผ่านสู่ยอดอ่อน : เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง L-Theanine ปริมาณมากนี้จะถูกลำเลียงขึ้นไปพร้อมกับสารอาหารอื่น ๆ เพื่อเลี้ยงดูยอดอ่อนแรกที่แตกออกมา ทำให้ยอดชา Ichibancha มีความเข้มข้นของ L-Theanine สูงที่สุดในรอบปี
    3. ปฏิกิริยาต่อแสงแดด : L-Theanine มีความสัมพันธ์กับสารอีกกลุ่มหนึ่งคือ “คาเทชิน” ซึ่งให้รสฝาด เมื่อใบชาได้รับแสงแดด L-Theanine จะค่อย ๆ ถูกเปลี่ยนไปเป็นคาเทชิน ดังนั้นใบชาอ่อนของ Ichibancha ที่เพิ่งแตกออกมาและยังไม่ได้รับแสงแดดมากนัก จึงมีสัดส่วนของ L-Theanine ต่อคาเทชินที่สูงที่สุด ส่งผลให้มีรสชาติอูมามิที่เข้มข้น หวานละมุน และมีความขมฝาดน้อยมาก

    นอกจากรสชาติแล้ว L-Theanine ยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในการส่งผลต่อสมอง โดยสามารถข้ามแนวกั้นเลือดและสมองเข้าไปกระตุ้นการสร้างคลื่นอัลฟาในสมอง ซึ่งเป็นคลื่นที่เกี่ยวข้องกับสภาวะที่ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย มีสมาธิ แต่ยังคงตื่นตัวและไม่ง่วงซึม หรือที่เรียกว่า “ภาวะตื่นตัวแบบสงบ (Calm Alertness)”

    การเลือกดื่มชาจากยอดอ่อน Ichibancha ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกรสชาติ แต่ยังเป็นการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสุขภาพอีกด้วย ยอดชาอ่อนที่อุดมไปด้วยสารอาหารจากการพักตัวตลอดฤดูหนาว ทำให้มีสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระ ชาเขียวมีชื่อเสียงในฐานะเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มโพลีฟีนอลที่เรียกว่า “คาเทชิน” ซึ่งสารตัวที่ทรงพลังและมีปริมาณมากที่สุดในกลุ่มนี้คือ “EGCG”

    Ichibancha คืออะไร เจาะลึกชาเก็บเกี่ยวครั้งแรก (First Flush) ที่มาของรสชาติอูมิมามิในมัทฉะเกรดพรีเมียม อ่านเลยที่ Momo Matcha

    สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ทำหน้าที่สำคัญในการต่อสู้กับอนุมูลอิสระในร่างกาย สามารถทำลายเซลล์ โปรตีน และ DNA ซึ่งเป็นสาเหตุของความเสื่อมในระดับเซลล์ ริ้วรอยก่อนวัย และเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคร้ายแรงหลายชนิด แม้ว่าการเก็บเกี่ยวในครั้งหลัง ๆ อาจมีปริมาณคาเทชินรวมสูงขึ้นเล็กน้อยจากปริมาณแสงแดดที่เพิ่มขึ้น แต่ Ichibancha มอบจุดที่สมบูรณ์แบบที่สุด คือมีปริมาณ EGCG และสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ในระดับที่สูงมาก ควบคู่ไปกับรสชาติที่ดื่มง่าย ไม่ฝาดเฝื่อนจนเกินไป ทำให้เราสามารถรับคุณประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ นอกเหนือจาก L-Theanine และ EGCG แล้ว ชาคุณภาพสูงที่ได้จาก Ichibancha ยังมีประโยชน์ด้านอื่น ๆ อีกมากมาย :

    • เสริมสร้างระบบเผาผลาญ : คาเทชินในชาเขียว โดยเฉพาะ EGCG มีส่วนช่วยในการเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายและส่งเสริมการเกิดออกซิเดชันของไขมัน
    • บำรุงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด : การดื่มชาเขียวเป็นประจำมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ
    • ส่งเสริมสุขภาพสมอง : การทำงานร่วมกันของ L-Theanine และคาเฟอีนในชาเขียว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองในด้านความจำ สมาธิ และการตอบสนองได้ดีขึ้น
    • บำรุงผิวพรรณ : สารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบในชาเขียวช่วยปกป้องผิวจากการทำลายของรังสี UV และชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

    Ichibancha คือการรวมตัวที่สมบูรณ์ของรสชาติและคุณประโยชน์ เป็นข้อพิสูจน์จากธรรมชาติว่าสิ่งที่ดีที่สุดต่อลิ้นเรา ก็สามารถเป็นสิ่งที่ดีที่สุดต่อร่างกายของเราได้เช่นกัน

    เมื่อเราเข้าใจแล้วว่า Ichibancha คือการเก็บเกี่ยวใบชาคุณภาพสูงสุด ไม่ใช่ชื่อของชาประเภทใดประเภทหนึ่ง แล้วยอดชาเหล่านี้ถูกนำไปรังสรรค์เป็นชาประเภทไหนบ้าง? ใบชา First Flush เปรียบเสมือนวัตถุดิบที่สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายรูปแบบ โดยชาแต่ละชนิดจะมีกระบวนการปลูกและแปรรูปที่แตกต่างกันออกไป เพื่อดึงลักษณะเด่นเฉพาะตัวของยอดชา Ichibancha ออกมาให้ได้มากที่สุด และนี่คือ 3 ประเภทชาเขียวญี่ปุ่นที่คุณจะได้พบว่าล้วนมีจุดกำเนิดมาจากยอดชาที่ดีที่สุดของปี

    เกียวกุโระ หรือ Gyokuro ได้เป็นหนึ่งในชาเขียวญี่ปุ่นที่มีระดับและหรูหราที่สุด ความลับที่ทำให้เกียวกุโระมีรสชาติที่พิเศษเหนือใครคือเทคนิคการเพาะปลูกอันเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกว่า “การคลุมใบชา” ก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 20-30 วัน เกษตรกรจะใช้ตาข่ายหรือฟางคลุมต้นชาทั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้ใบชาสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง การทำเช่นนี้เป็นการจำกัดกระบวนการสังเคราะห์แสง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อชีวเคมีภายในใบชา มันจะบังคับให้ต้นชาผลิตคลอโรฟิลล์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้ใบชามีสีเขียวเข้มสดเป็นพิเศษ และที่สำคัญที่สุดคือ มันช่วยยับยั้งการเปลี่ยนกรดอะมิโน L-Theanine ไปเป็นสารคาเทชิน

    Ichibancha คืออะไร เจาะลึกชาเก็บเกี่ยวครั้งแรก (First Flush) ที่มาของรสชาติอูมิมามิในมัทฉะเกรดพรีเมียม อ่านเลยที่ Momo Matcha

    ผลลัพธ์ที่ได้คือใบชาที่มีปริมาณ L-Theanine และรสชาติอูมามิ สูงสุด เมื่อนำมาชงจะได้น้ำชาสีเขียวอ่อนใสราวกับน้ำค้างบนใบหยก (ที่มาของชื่อ 玉露) พร้อมรสชาติที่หวานนุ่ม กลมกล่อม เข้มข้น และแทบไม่มีความขมฝาดเจือปน ด้วยกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องดูแลอย่างใกล้ชิดนี้ จึงมีเพียงยอดชาจาก Ichibancha ที่สมบูรณ์ที่สุดเท่านั้นที่จะถูกเลือกมาทำเป็น Gyokuro

    เซ็นฉะ หรือ Sencha คือชาเขียวที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ดื่มกันอย่างแพร่หลายที่สุดในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น แต่ต้องทำความเข้าใจว่า Sencha นั้นมีหลากหลายเกรด ตั้งแต่ชาทั่วไปที่ใช้ดื่มทุกวัน ไปจนถึงชาคุณภาพสูงที่เรียกว่า Ichibancha Sencha หรือ Shincha

    สิ่งที่ทำให้ Sencha แตกต่างจาก Gyokuro คือการเติบโตภายใต้แสงแดดอย่างเต็มที่ ตลอดกระบวนการปลูก ทำให้ใบชามีการสร้างสารคาเทชินในปริมาณที่สมดุล เมื่อนำยอดชาอ่อนจากฤดูใบไม้ผลิมาทำเป็น Sencha ผลลัพธ์ที่ได้คือชาที่มีความสมดุลระหว่างความหวานสดชื่นของยอดชาใหม่ กับความฝาดที่ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เป็นรสชาติที่มีชีวิตชีวา ซับซ้อน การได้ดื่ม Ichibancha Sencha ก็เปรียบเสมือนการได้ลิ้มรสชาติที่บริสุทธิ์ และรสชาติฤดูกาลเก็บเกี่ยวครั้งแรก

    มัทฉะ (Matcha) มัทฉะคุณภาพสูงสุดในระดับที่ใช้ในพิธีชงชา (Ceremonial Grade) นั้น มีจุดเริ่มต้นจากกระบวนการที่พิถีพิถันยิ่งกว่าชาชนิดใด ๆ มัทฉะที่ดีที่สุดไม่ได้ทำมาจากใบชา Sencha หรือ Gyokuro ที่นำมาบด แต่ทำมาจากใบชาชนิดพิเศษที่เรียกว่า “เท็นฉะ (Tencha)” ซึ่งผ่านกระบวนการปลูกแบบคลุมใบชา เช่นเดียวกับ Gyokuro เพื่อเพิ่มปริมาณ L-Theanine และรสชาติอูมามิ

    หลังจากเก็บเกี่ยวยอดชา Ichibancha ด้วยมือแล้ว ใบชาจะถูกนำไปนึ่งอย่างรวดเร็ว แต่ความแตกต่างที่สำคัญคือ ใบชา Tencha จะถูกนำไปอบแห้งทันทีโดยไม่ผ่านกระบวนการนวดและคลึง ทำให้ใบยังคงสภาพเป็นแผ่นเรียบ ๆ ไม่ม้วนเป็นเกลียวเหมือน Sencha จากนั้นใบ Tencha ที่แห้งแล้วจะถูกนำไปคัดแยกเอาก้านและเส้นใบออกทั้งหมด เหลือไว้เพียงส่วนที่เป็นเนื้อใบชาที่นุ่มและบริสุทธิ์ที่สุด สุดท้าย เนื้อใบชา Tencha บริสุทธิ์นี้จะถูกนำไปบดอย่างช้า ๆ ด้วยโม่หินแกรนิตที่ถูกสกัดขึ้นมาเป็นพิเศษ กระบวนการบดที่ช้าและนุ่มนวลนี้สำคัญ เพราะจะช่วยรักษาอุณหภูมิไม่ให้สูงเกินไป ซึ่งจะทำลายกลิ่นหอม สีสัน และสารอาหารอันบอบบางของมัทฉะได้ โม่หินหนึ่งตัวอาจใช้เวลาบดนานถึงหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้ได้ผงมัทฉะละเอียดเนียนเพียง 30-40 กรัมเท่านั้น

    กระบวนการอันพิถีพิถันและไม่ประนีประนอมนี้เอง คือเหตุผลที่ทำให้มัทฉะเกรดพิธีชงชามีสีเขียวสว่างสดใส มีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม และมีรสชาติอูมามิที่ลึกล้ำซับซ้อน ทำให้เราเข้าใจดีว่ากระบวนการผลิตก่อนนำมาสู่มัทฉะหนึ่งแก้วที่สมบูรณ์แบบนั้น เริ่มต้นจากใบชาที่ดีที่สุด นั่นคือใบชา Ichibancha ที่ผ่านการคลุมแสง เด็ดด้วยมือ แปรรูปเป็น Tencha และบดด้วยโม่หิน

    • ถาม : Ichibancha กับ Shincha แตกต่างกันอย่างไร?
      • ตอบ : Ichibancha คือคำที่ใช้เรียก “ช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยว” ครั้งแรกของปี ในขณะที่ Shincha ซึ่งแปลว่า “ชาใหม่” คือชื่อเรียกของ “ผลิตภัณฑ์ชาแรก” ที่ผลิตเสร็จสมบูรณ์จากใบชาที่เก็บเกี่ยวในช่วง Ichibancha ดังนั้นโดยสรุปแล้ว ชินฉะทั้งหมดก็คืออิจิบังฉะ แต่คำว่า “Shincha” จะถูกใช้ในเชิงการตลาดเพื่อเน้นย้ำถึงความสดใหม่และเฉลิมฉลองชาใหม่ของปีนั้น ๆ
    • ถาม : ชา Ichibancha มีคาเฟอีนสูงหรือไม่?
      • โดยทั่วไปแล้วยอดชาอ่อนจากการเก็บเกี่ยวครั้งแรกจะมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่าการเก็บเกี่ยวในครั้งหลัง ๆ แต่ความพิเศษของมันอยู่ที่การมีปริมาณ L-Theanine ที่สูงมากเช่นกัน L-Theanine จะทำงานร่วมกับคาเฟอีน ช่วยปรับสมดุลและลดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ของคาเฟอีน เช่น อาการใจสั่นหรือกระสับกระส่าย ผลลัพธ์ที่ได้คือสภาวะ “ตื่นตัวแบบสงบ” ที่ช่วยให้คุณมีสมาธิและรู้สึกผ่อนคลายไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของชาเขียวคุณภาพ
    • ถาม : วิธีเก็บรักษาใบชา Ichibancha ให้คงความสดใหม่นานที่สุด?
      • ตอบ :
      • ใช้ภาชนะทึบแสงและปิดสนิท : ควรเป็นกระป๋องชาโดยเฉพาะหรือถุงซิปล็อกที่ไล่อากาศออกได้หมดจด
      • เก็บในที่แห้งและเย็น : วางไว้ในตู้กับข้าวที่มืดและห่างจากเตาไฟหรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง
      • หลีกเลี่ยงตู้เย็น (หลังจากเปิดแล้ว) : แม้ว่าตู้เย็นจะช่วยยืดอายุชาที่ยังไม่เปิดผนึกได้ แต่เมื่อเปิดใช้แล้ว การนำเข้า-ออกจากตู้เย็นจะทำให้เกิดความชื้นจากการควบแน่น ซึ่งจะทำลายคุณภาพของใบชาอย่างรวดเร็ว
      • ใช้ให้หมดเร็ว : ควรซื้อในปริมาณที่พอเหมาะและพยายามบริโภคให้หมดภายใน 1-3 เดือนหลังจากเปิดซองเพื่อรสชาติและกลิ่นที่ดีที่สุด
    • ถาม : จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ชงชาแบบญี่ปุ่นโดยเฉพาะหรือไม่?
      • ตอบ : แม้ว่าอุปกรณ์ดั้งเดิมอย่างกาน้ำชา Kyusu หรือแปรงชงชา Chasen จะถูกออกแบบมาเพื่อดึงรสชาติที่ดีที่สุดของชาแต่ละชนิดออกมาและช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการดื่ม แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไปสำหรับผู้เริ่มต้น คุณสามารถใช้กาน้ำชาทั่วไปที่มีที่กรองตาถี่มาก ๆ และใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิน้ำได้ “แต่มีข้อยกเว้นสำหรับมัทฉะ” การใช้แปรงชงชาไม้ไผ่ (Chasen) ถือว่าสำคัญ เพราะแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตีผงมัทฉะให้เนียนละเอียดและเกิดฟองโฟมที่สวยงามได้ด้วยช้อนหรืออุปกรณ์อื่น

    จากกระบวนการผลิตตั้งแต่ไร่ชาในฤดูหนาว สู่กระบวนการแปรรูปอันพิถีพิถัน เราคงได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วว่า “Ichibancha คืออะไร” มันไม่ใช่เป็นเพียงชาที่เก็บเกี่ยวครั้งแรก แต่คือบทสรุปของความทุ่มเท คือรสชาติที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นอย่างดีที่สุด เป็นจุดสูงสุดของรสชาติ “อูมามิ” ที่ได้จาก L-Theanine และเป็นแหล่งรวมคุณประโยชน์ที่มาพร้อมกับความอร่อย

    การเลือกดื่มชาที่มาจากยอดอ่อน Ichibancha ไม่ว่าจะเป็น Sencha, Gyokuro หรือ Matcha คือการดื่มชาของคุณให้เป็นมากกว่าแค่เครื่องดื่ม แต่คือวัฒนธรรม การลิ้มรสชาติแรกของฤดูใบไม้ผลิ

    ที่ Momo Matcha เราเข้าใจดีว่าความต้องการของลูกค้าแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นคอชาที่ต้องการดื่มรสชาติต้นตำรับ, เป็นเจ้าของร้านกาแฟที่กำลังมองหาวัตถุดิบพรีเมียมเพื่อสร้างสรรค์เมนูใหม่, หรือเป็นคนรักการทำขนมที่ต้องการรสชาติมัทฉะแท้ ๆ เราจึงได้คัดสรรผงมัทฉะคุณภาพสูง 2 เกรดหลัก เพื่อตอบทุกโจทย์ของคุณ ผงอูจิมัทฉะ (Uji Matcha Green Tea) ผงมัทฉะของเรามาจากใบชาคุณภาพดีที่สุดจากเมืองอุจิ แหล่งปลูกชาที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และผงชาเขียวมัทฉะเกรดพรีเมียม (Matcha Green Tea Premium) สำหรับผู้ประกอบการร้านเครื่องดื่มและคนรักการทำขนม ที่มองหาความอเนกประสงค์ และราคาที่คุ้มค่า แม้จะเป็นเกรดที่ใช้งานได้หลากหลาย แต่เรายังคงคัดสรรคุณภาพอย่างเข้มงวด เป็นผงมัทฉะแท้ 100% ไม่มีการผสมแป้ง สี หรือกลิ่นปรุงแต่ง ทำให้ทุกเมนูของคุณยังคงไว้ซึ่งรสชาติชาเขียวที่เข้มข้นและเป็นธรรมชาติ

    นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญด้านชาเขียวมัทฉะแล้ว ที่ Momo Matcha เรายังมุ่งมั่นคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงอื่น ๆ เพื่อเป็นโซลูชันที่ครบวงจรให้กับร้านค้าและผู้รักการทำเครื่องดื่มทุกคน ผงครีมชีส (Cream Cheese Powder) สร้างท็อปปิ้งโฟมครีมชีสยอดฮิตได้อย่างง่ายดาย ให้รสชาติหอม หวาน มัน เค็มปลายๆ ที่เข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มหลากหลายชนิด ทั้งชานม ชาผลไม้ และกาแฟ ผงโกโก้ สูตรเข้มข้น (Cocoa Powder) ผงโกโก้แท้ 100% ที่ผลิตใหม่อยู่เสมอ การันตีความสดใหม่ ให้กลิ่นหอมฟุ้งและรสชาติโกโก้ที่เข้มข้นถึงใจสำหรับเมนูช็อกโกแลตแก้วโปรดของคุณ ผงดาร์กโกโก้ สูตรเข้มข้น (Dark Cocoa Powder) สำหรับผู้ที่ต้องการความเข้มข้นไปอีกระดับ ผงดาร์กโกโก้นำเข้าจากมาเลเซีย ให้สีที่เข้มสวยและรสชาติที่ลุ่มลึก เหมาะสำหรับเมนูที่ต้องการโชว์รสชาติของดาร์กช็อกโกแลตแบบเต็มคำ

    เรามั่นใจว่าทุกผลิตภัณฑ์จาก Momo Matcha จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างรสชาติและคุณภาพให้กับทุกเมนูของคุณ เพราะเราเชื่อว่าเครื่องดื่มแก้วพิเศษเริ่มต้นจากวัตถุดิบที่ดีที่สุดเสมอ

    ช่องทางการติดต่อและสั่งซื้อ :

    shopee momo คลิก
    lazada momo คลิก