Skip to content

มัทฉะเมืองยาเมะ คืออะไร? ทำไมถึงเป็นมัทฉะที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

    มัทฉะเมืองยาเมะ (Yame Matcha) คือผงชาเขียวคุณภาพสูงที่ปลูกในพื้นที่เมืองยาเมะ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น สาเหตุที่ชาจากแหล่งนี้ได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพ เป็นเพราะสภาพแวดล้อมที่มีหมอกลงและอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนที่ต่างกันมาก ปัจจัยธรรมชาตินี้ช่วยกระตุ้นให้ใบชาสะสมกรดอะมิโนได้สูงกว่าปกติ ผลลัพธ์ที่ได้คือมัทฉะที่มีรสชาติ “อูมามิ” เข้มข้น หวานนุ่ม และแทบจะไม่มีความขมหรือเฝื่อนคอเลย

    สำหรับใครที่ชอบดื่มชาเขียวแต่ยังติดภาพจำว่ามัทฉะต้องมีรสขม ลองทำความรู้จักกับชาจากเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ดู วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกกันแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่านอกจากรสชาติที่นุ่มละมุนแล้ว ชาจากยาเมะมีความพิเศษตรงไหนอีกบ้าง แตกต่างจากชาอูจิที่เราคุ้นเคยยังไง และถ้าอยากจะลองหาซื้อมาชงดื่มเอง หรือใช้ในร้านคาเฟ่ จะมีวิธีสังเกตของแท้คุณภาพดีได้อย่างไรบ้าง?

    มัทฉะเมืองยาเมะ (Yame Matcha) คือ ผงชาเขียวมัทฉะเกรดพรีเมียมที่ปลูกและผลิตในพื้นที่เมืองยาเมะ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ชาจากแหล่งนี้มีรสชาติที่ชัดเจนมาก คือโดดเด่นเรื่องรสชาติอูมามิ “โทนถั่ว” ที่เข้มข้น มีความหวานละมุนนุ่ม และแทบจะไม่มีความขมฝาด ถือเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกชาที่กวาดรางวัลระดับประเทศของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานต่อเนื่อง

    ถ้าเราดูแผนที่ประเทศญี่ปุ่น เมืองยาเมะ (Yame) จะตั้งอยู่ในจังหวัดฟุกุโอกะ บนเกาะคิวชู (ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น) พื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่แค่ที่ปลูกชาทั่วไป แต่เป็นแหล่งปลูกชาประวัติศาสตร์ที่สืบทอดภูมิปัญญามาตั้งแต่ยุคมุโระมาชิ (ราวปี ค.ศ. 1423) แม้ปริมาณการผลิตชาของยาเมะจะคิดเป็นสัดส่วนเพียงแค่ประมาณ 3% ของชาทั้งประเทศญี่ปุ่น แต่ในเรื่องของคุณภาพ โดยเฉพาะชาเกรดพรีเมียมอย่างเกียวคุโระและมัทฉะแล้ว ยาเมะคือตัวท็อปที่คนในวงการชาญี่ปุ่นยอมรับว่าหาตัวจับยาก

    ความลับ! ที่ทำให้มัทฉะยาเมะมีรสอูมามินำและไม่ขมฝาด ไม่ได้อยู่ที่สายพันธุ์ชาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่สภาพแวดล้อมที่ธรรมชาติจัดสรรมาให้อย่างลงตัว ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาที่นี่เติบโตมาแบบพรีเมียม มีดังนี้ :

    • ความต่างของอุณหภูมิ : เมืองยาเมะมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่อปีประมาณ 15.2°C และมีอุณหภูมิช่วงกลางวันกับกลางคืนที่แตกต่างกันมาก ความแตกต่างตรงนี้จะกระตุ้นให้ต้นชาสร้าง “กรดอะมิโน” (โดยเฉพาะแอล-ธีอะนีน) ออกมาสะสมในใบชาได้เยอะกว่าปกติ ซึ่งกรดอะมิโนตัวนี้แหละที่เป็นแหล่งกำเนิดของความหวานและรสอูมามิ
    • หมอกยามเช้าและแม่น้ำ : ด้วยภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาและมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน ทำให้เมืองยาเมะมี “หมอกหนาจัด” ในช่วงเช้า หมอกธรรมชาตินี้ทำหน้าที่เหมือนสแลนพรางแสงชั้นดี ช่วยบล็อกแสงแดดไม่ให้ส่องกระทบใบชาโดยตรง ทำให้ใบชาไม่สร้างสารคาเทชิน (Catechin) ที่เป็นต้นเหตุของความขมและฝาด
    • ดินที่อุดมสมบูรณ์ : ดินในพื้นที่แถบนี้ระบายน้ำได้ดีและอุดมไปด้วยแร่ธาตุ ทำให้ต้นชาเจริญเติบโตได้สมบูรณ์ แตกยอดอ่อนที่มีคุณภาพ

    อากาศเย็น + หมอกหนาพรางแสง + ดินดี ทำให้ใบชากักเก็บความหวานและรสอูมามิไว้ได้เต็มที่ตั้งแต่ยังเป็นยอดอ่อน ก่อนจะถูกนำไปบดเป็นผงมัทฉะสีเขียวมรกตที่เราได้ดื่มกัน

    ถ้าถามว่าทำไมร้านคาเฟ่ หรือบาริสต้าถึงเลือกใช้มัทฉะจากเมืองยาเมะ คำตอบอยู่ที่เอกลักษณ์ 3 ประการที่หาได้ยากจากแหล่งปลูกอื่น :

    ทำความรู้จัก มัทฉะเมืองยาเมะ คืออะไร ทำไมถึงขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในญี่ปุ่น รสชาติอูมามิ ไม่ขมฝาด มีกลิ่นถั่วที่เป็นที่นิยม
    • รสอูมามิเข้มข้น มีความหวานธรรมชาติ และแทบไม่มีความขมฝาด จุดขายหลักของยาเมะมัทฉะคือ “รสอูมามิ” หรือความนัวที่กลมกล่อมมาก เวลาดื่มคุณจะสัมผัสได้ถึงชาที่แน่นเต็มปาก และมีความหวานทิ้งท้ายที่ปลายลิ้น ที่สำคัญคือมีความขมน้อยมาก ๆ รสชาติแบบนี้ตอบโจทย์การทำเมนูเครื่องดื่มสุด ๆ ไม่ว่าจะชงเป็นมัทฉะลาเต้ที่สู้กับรสนมได้ดี หรือจะชงแบบใสก็ดื่มง่ายและลื่นคอ
    • สีเขียวสว่าง มาพร้อมกลิ่นหอม โทนถั่วคั่วอ่อน ๆ หน้าตาและกลิ่นคือสิ่งแรกที่ดึงดูดลูกค้าได้ ผงมัทฉะยาเมะจะมีสีเขียวที่สว่างและสดมาก ชงออกมาแล้วสีสวยน่าดื่ม ส่วนเรื่องกลิ่น จะไม่ได้พุ่งเป็นกลิ่นดอกไม้หรือสาหร่ายจัด ๆ เหมือนมัทฉะบางแหล่ง แต่จะมีความหอมนุ่ม คล้ายกลิ่นถั่วคั่วผสมผสานอยู่ ถือเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้เมนูชาเขียวของคุณดูพรีเมียมขึ้นทันที
    • กระบวนการผลิตพิถีพิถัน เน้นการพรางแสงแบบดั้งเดิมเพื่อให้ได้กรดอะมิโนสูงสุด คุณภาพระดับนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มาจากความใส่ใจของเกษตรกรเมืองยาเมะที่ยังคงใช้วิธีดั้งเดิม โดยเฉพาะขั้นตอนการ “พรางแสง” ก่อนเก็บเกี่ยว พวกเขาใช้เวลาพรางแสงต้นชานานและดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อบังคับให้ใบชาผลิตคลอโรฟิลล์และกรดอะมิโน (แอล-ธีอะนีน) ให้ได้มากที่สุด จากนั้นจึงคัดเฉพาะยอดอ่อนไปบดด้วยหินโม่แบบช้า ๆ เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนจนเสียรสชาติ จนได้ผงมัทฉะที่เนียนละเอียดและคงคุณภาพไว้ได้สมบูรณ์แบบที่สุด

    “ยาเมะ กับ อูจิ เลือกอะไรดี?” ต้องบอกว่าทั้งสองแหล่งนี้คือจุดสูงสุดของวงการชาเขียวญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่มีรสชาติที่ต่างกันอย่างชัดเจนตามสภาพภูมิประเทศ และวิธีการผลิต เพื่อให้เห็นภาพและตัดสินใจเลือกใช้ได้ตรงกับสไตล์คุณที่สุด เราสรุปความต่างไว้ในตารางนี้ :

    ข้อเปรียบเทียบมัทฉะเมืองยาเมะ (Yame Matcha)มัทฉะเมืองอูจิ (Uji Matcha)
    แหล่งปลูกจังหวัดฟุกุโอกะ (ภูมิภาคคิวชู ทางตอนใต้)จังหวัดเกียวโต (ภูมิภาคคันไซ ทางตอนกลาง)
    รสชาติอูมามิเข้มข้น, หวานนุ่ม, เข้มข้น, ไม่ขมฝาดกลมกล่อม, ต้นตำรับ, มีความฝาดอ่อน ๆ ให้ชุ่มคอ
    กลิ่นและสี สีเขียวสว่าง / กลิ่นหอมโทนถั่วคั่วสีเขียวสดตามธรรมชาติ / กลิ่นหอมโทนดอกไม้ หรือหญ้าสด
    เหมาะกับเมนูแบบไหน?ทำ “มัทฉะลาเต้” ที่รสชาติต้องสู้กับนม หรือ “ชงใส” ที่ต้องการความลื่นคอ ดื่มง่ายชงแบบพิธีการ หรือเครื่องดื่มที่ต้องการรสชาตินุ่ม แบบต้นตำรับ

    ถ้าคุณชอบมัทฉะสายกลิ่นหอมดอกไม้อ่อน ๆ ได้ฟีลลิ่งการดื่มชาแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม “อูจิ” คือคำตอบ แต่ถ้าคุณ (หรือลูกค้าที่ร้าน) ชอบมัทฉะสายเข้มข้น รสอูมามิ นำไปชงกับนมแล้วรสชาติชาไม่ดรอป และที่สำคัญคือไม่ชอบความขมฝาดเลย “ยาเมะ” จะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์และทำให้เมนูเครื่องดื่มของคุณโดดเด่นขึ้นมาทันที

    ด้วยรสชาติของมัทฉะยาเมะที่มีความเข้มข้น รสอูมามิชัดเจน และแทบจะไม่มีความขมฝาด ทำให้ผงมัทฉะจากแหล่งนี้มีความ “อเนกประสงค์” สูงมาก ไม่ว่าจะสายคาเฟ่ที่ชอบทดลองสูตรใหม่ ๆ หรือเจ้าของร้านเครื่องดื่มที่ต้องการหาวัตถุดิบไปทำเมนูซิกเนเจอร์ เพื่ออัปราคาขาย มัทฉะยาเมะสามารถดึงรสชาติเครื่องดื่มออกมาได้โดดเด่นมาก โดยเฉพาะ 3 เมนูยอดฮิตนี้

    • มัทฉะลาเต้ (Matcha Latte) : สู้กับนมได้ดี รสชาไม่ดรอป ปัญหาที่หลายร้านเจอเวลาชงมัทฉะลาเต้คือ รสนมกลบกลิ่นชาจนหมด แต่มัทฉะยาเมะมีความเข้มข้น และรสอูมามิที่สตรองพอจะ “สู้กับนม” ได้สบาย ๆ ชงออกมาแล้วสีเขียวสวย กลิ่นชายังหอมทะลุนมออกมา ที่สำคัญคือตัวชามีความหวานธรรมชาติอยู่แล้ว คุณสามารถลดปริมาณไซรัปลงเพื่อชูรสชาติชาแท้ ๆ ตอบโจทย์ลูกค้าสายรักสุขภาพได้ดีมาก
    • เพียวมัทฉะ (Pure Matcha) : ชงใส ดื่มง่าย ไม่ขมฝาด การชงมัทฉะกับน้ำเปล่า (ชงใส) เป็นเมนูที่ใช้วัดคุณภาพชาได้ดีที่สุด มัทฉะยาเมะเกิดมาเพื่อสิ่งนี้เลย เพราะจุดเด่นของเขาคือความ“ไม่ขมฝาด” ทำให้เครื่องดื่มแก้วนี้ลื่นคอ ดื่มแล้วสดชื่น ได้โน้ตกลิ่นหอมชัดเจน และทิ้งความหวานไว้ที่ปลายลิ้น ลูกค้าคาเฟ่ที่แพ้นมวัวหรือไม่ชอบเครื่องดื่มใส่นม จะต้องประทับใจเมนูนี้แน่นอน
    • มัทฉะมะพร้าว (Coconut Matcha) : หอมนัว เข้ากับน้ำผลไม้ เมนูฟิวชันที่กำลังมาแรงและทำกำไรให้ร้านได้ดีมาก กลิ่นหอมโทนถั่วคั่วอ่อน ๆ ของยาเมะ จะเบลนด์เข้ากับความหอมหวานของน้ำมะพร้าวสดได้อย่างลงตัว ตัวชาไม่ไปกลบกลิ่นมะพร้าว แต่จะช่วยชูรสให้แก้วนี้มีความนัวมากขึ้น เทคนิคคือการชงชาให้ข้นนิดนึงแล้วเทท็อปด้านบนเป็นเลเยอร์ สีเขียวสว่างของยาเมะตัดกับน้ำมะพร้าวใส ๆ ถ่ายรูปลงโซเชียลได้สวยสุด ๆ

    ปัจจุบันมีผงชาเขียวในตลาดเยอะมาก การจะดูว่าตัวไหนเป็นมัทฉะยาเมะของแท้และคุณภาพสูงจริง ๆ มีหลักการสังเกตง่าย ๆ สังเกตจากสี กลิ่น และความละเอียดของผงชา วิธีสแกนคุณภาพมัทฉะเบื้องต้นแบบฉบับคนทำร้านชา ให้ดู 3 จุดนี้เป็นหลัก :

    • สีต้องเป็น “เขียวสว่าง” : มัทฉะยาเมะแท้ที่ผ่านการพรางแสงมาอย่างดี จะมีคลอโรฟิลล์สูงมาก สีผงชาต้องเป็นสีเขียวสด สว่าง ไม่เป็นสีเขียวอมเหลือง ขี้ม้า หรือสีหม่น ๆ เด็ดขาด
    • กลิ่นหอมโทน “ถั่วคั่ว” ธรรมชาติ : เมื่อเปิดถุง กลิ่นแรกที่เตะจมูกต้องเป็นความหอมสดชื่น มีความนัวคล้ายกลิ่นถั่วคั่วอ่อน ๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของยาเมะ ต้องไม่มีกลิ่นเหม็นหืน หรือกลิ่นแต่งกลิ่นสังเคราะห์
    • เนื้อสัมผัส “เนียนละเอียดเหมือนแป้ง” : มัทฉะที่ดีต้องผ่านการบดด้วยหินโม่ ผงชาจะมีความละเอียดสูงมาก ลองเอานิ้วแตะผงชาแล้วถูเบาๆ ดู เนื้อชาต้องเนียนลื่นไปกับผิว ไม่รู้สึกสากมือ และเวลาชงต้องละลายน้ำได้ดี ไม่จับตัวเป็นก้อนแข็ง

    คงพอเห็นภาพแล้วนะว่า ทำไม “มัทฉะเมืองยาเมะ” ถึงเป็นตัวท็อปของวงการชาเขียวญี่ปุ่น ด้วยรสชาติอูมามิที่เข้มข้น หวานละมุน และไม่มีความขมฝาด ทำให้ชงเมนูไหนก็อร่อย ไม่ว่าจะชงใสแบบเพียวมัทฉะ หรือผสมนมเป็นมัทฉะลาเต้ ก็ดึงรสชาติเครื่องดื่มออกมาได้พรีเมียมสุด ๆ ถือเป็นวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ทั้งสายโฮมคาเฟ่และร้านเครื่องดื่มที่ต้องการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า

    ถาม : มัทฉะยาเมะ กับ มัทฉะอูจิ ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี?

    ตอบ : ขึ้นอยู่กับความชอบและเมนู หากชอบรสอูมามิ เข้มข้น ไม่ขม แนะนำ “ยาเมะ” แต่ถ้าชอบรสนุ่ม หอมกลิ่นดอกไม้ ต้นตำรับ แนะนำ “อูจิ”

    ถาม : มัทฉะเมืองยาเมะ เหมาะกับการชงใส่นม (ลาเต้) ไหม?

    ตอบ : เหมาะมาก! เพราะมัทฉะยาเมะมีรสชาติเข้มข้น เมื่อนำไปชงผสมกับนม รสชาติของชาจะไม่ดรอป ไม่ถูกนมกลบ และยังคงให้สีเขียวที่สวยงามน่าดื่ม

    ถาม : สีของผงมัทฉะเมืองยาเมะแท้ ต้องเป็นสีอะไร?

    ตอบ : ต้องเป็นสีเขียวสว่างและสด สีนี้เกิดจากกระบวนการพรางแสงก่อนเก็บเกี่ยวที่ทำให้ใบชาผลิตคลอโรฟิลล์ได้สูง หากผงชาเป็นสีเขียวอมเหลืองหรือสีหม่น แสดงว่าคุณภาพเริ่มลดลงหรือเก่าแล้ว

    ถาม : เมนูชงใส (Clear Matcha) ใช้มัทฉะยาเมะชงจะขมไหม?

    ตอบ : ไม่ขม การชงใสหรือชงเพียวกับน้ำเปล่า คือการดึงศักยภาพของมัทฉะยาเมะออกมาได้ดีที่สุด เพราะคุณจะได้สัมผัสรสอูมามิ ความหวานธรรมชาติ และความลื่นคอ

    ถาม : คนกินเจ หรือ วีแกน (Vegan) ดื่มมัทฉะเมืองยาเมะได้ไหม?

    ตอบ : ดื่มได้ 100% ผงมัทฉะแท้ผลิตจากใบชาธรรมชาติ ไม่มีส่วนผสมของสัตว์ สามารถนำไปชงผสมกับนมนมพืช (Plant-based) เช่น นมโอ๊ต หรือนมอัลมอนด์ ได้อย่างลงตัวและอร่อยไม่แพ้นมวัว

    สำหรับใครที่กำลังมองหาวัตถุดิบคุณภาพดี ต้นทุนเข้าถึงง่าย ที่ Momo matcha เราจัดจำหน่าย ผงมัทฉะเกรดพรีเมียมราคาถูก และคุ้มค่าที่สุด นอกจากนี้เรายังมีวัตถุดิบยอดฮิตเตรียมไว้ให้ครบ จบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น :

    ทำความรู้จัก มัทฉะเมืองยาเมะ คืออะไร ทำไมถึงขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในญี่ปุ่น รสชาติอูมามิ ไม่ขมฝาด มีกลิ่นถั่วที่เป็นที่นิยม
    • ผงมัทฉะ และผงอูจิมัทฉะ หอมกลมกล่อม
    • ผงโกโก้สูตรเข้มข้น และผงดาร์กโกโก้สูตรเข้มข้น ตอบโจทย์สายดาร์ก หอมมัน กลมกล่อม

    ไม่ว่าคุณจะซื้อไปชงกินเอง หรือกำลังเปิดร้านเครื่องดื่มที่ต้องการคุมต้นทุน เรามี เรทราคาส่งที่ถูกที่สุด พร้อมบริการจัดส่งรวดเร็วทั้งในประเทศและต่างประเทศ สนใจยกระดับเมนูเครื่องดื่มที่ร้าน หรือสอบถามราคาส่งสุดคุ้ม ทักมาคุยกับเราได้เลย!

    ช่องทางการติดต่อและสั่งซื้อ :

    shopee momo คลิก
    lazada momo คลิก